เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์ Pro Laser รุ่น S-Series
คุณสมบัติ (*)
ระบบบัส EtherCAT มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมยิ่งขึ้น
พร้อมกับระบบควบคุมบัส EtherCAT และระบบขับเคลื่อน เครื่องมีการส่งข้อมูลความเร็วสูง ความแม่นยำในการตัดสูงขึ้น และประสิทธิภาพในการตัดวัสดุที่มีความหนาเป็นเลิศ เสถียรและยืดหยุ่นมากขึ้น
โต๊ะทำงานคู่แบบเปลี่ยนได้ ประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก
โต๊ะทำงานคู่แบบเปลี่ยนได้สามารถตัดและใส่วัสดุได้ในเวลาเดียวกัน เมื่อเครื่องตัดวัสดุบนแพลตฟอร์มหนึ่ง ผู้ใช้ยังสามารถหยิบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและใส่วัสดุใหม่บนแพลตฟอร์มอื่นได้ เวลารอและประสิทธิภาพการทำงานจะลดลงและปรับปรุงตามลำดับ
โหลดลงในคอนเทนเนอร์ 40HQ ได้อย่างง่ายดาย ประหยัดต้นทุน & ติดตั้งง่าย
สามารถโหลดเครื่องขนาด 1530/1540 ลงในคอนเทนเนอร์ 40HQ ได้โดยตรงโดยไม่ต้องถอดฝาครอบป้องกันที่แนบมากับเครื่อง ค่าใช้จ่ายในการขนส่งต่ำ และยังง่ายและสะดวกในการปล่อยและติดตั้งเครื่องในท่าเรือและโรงงานของคุณ!
การเปิดโครงสร้างแพลตฟอร์มเดียว
พื้นที่เครื่องตัดเป็นแบบเปิดและมองเห็นได้ทั้งหมด ง่ายต่อการบรรจุแผ่นเมทัลชีทจากสามด้าน (ด้านหน้า ซ้ายและขวา)
การออกแบบที่ผสานรวมกับแหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์ภายในเครื่อง
ลบการเชื่อมต่อสายไฟที่ซับซ้อน ติดตั้งเครื่องได้ง่ายและรวดเร็ว ลดเวลารอในการทำงาน ออกแบบให้เป็นรูปแบบการปิดผนึกที่มีมาตรฐานสูงเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าสู่ภายในเครื่อง
ระบบดูดฝุ่นและอนุภาคอัจฉริยะ
ตัวเครื่องแบ่งออกเป็น 6-12 เซลล์ เมื่อหัวตัดเคลื่อนที่ มันจะเรียกใช้ฟังก์ชันการสกัดในบางพื้นที่โดยอัตโนมัติ และเซลล์อื่นๆ จะปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง หากหัวตัดเคลื่อนออกไปยังเซลล์อื่น ฟังก์ชันการสกัดจะปิดโดยอัตโนมัติในเซลล์ก่อนหน้า การออกแบบนี้สามารถรวมพลังการสกัดไปที่เซลล์ทำงานเพียงเซลล์เดียวเพื่อเพิ่มความสามารถในการสกัด
เครื่องตัดเลเซอร์ มีกี่แบบ?
เครื่องตัดเลเซอร์ในท้องตลาดเวลานี้มีอยู่หลายชนิด ด้วยคุณประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งตัด แกะสลัก ทำมาร์กกิ้ง เจาะวัสดุ รวมถึงการทำ engraving ซึ่งทำให้เครื่องตัดเลเซอร์ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดใหญ่ตั้งแต่ระดับโรงงานผลิตเรื่อยไปจนถึงผู้ผลิตรายย่อย ด้วยราคาของตัวเครื่องที่ลดลงอย่างมาก จนทำให้ผู้ผลิตรุ่นใหม่ๆ สามารถเข้าถึงระบบการตัดเลเซอร์ได้ง่ายขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา
แต่ก่อนที่จะซื้อเครื่องตัดเลเซอร์ เราควรรู้จักประเภทต่างๆ รวมถึงข้อดีข้อเสียของเครื่องตัดเลเซอร์แต่ละประเภทกันเสียก่อน ซึ่งในตลาดทั่วไปขณะนี้จะมีทั้งแบบ CO2 ,Diode และแบบ Fiber บางชนิดใช้กับโลหะ แต่บางชนิดก็ใช้กับอโลหะ เพื่อจะได้เลือกใช้ได้เหมาะสมกับงานของเรา จึงขอแบ่งเครื่องตัดเลเซอร์ตามแหล่งกำเนิดแสงออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1.CO2 เลเซอร์
แหล่งกำเนิดแสงของเครื่องตัดเลเซอร์ชนิดนี้จะมาจากหลอด CO2 ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีกำลังอยู่ที่ 30-180 วัตต์ โดยจะมีความยาวคลื่นอยู่ที่ 10600 นาโนเมตร ซึ่งเป็นความยาวคลื่นที่ตาเรามองไม่เห็น จึงไม่จำเป็นต้องใส่แว่นป้องกัน ซึ่งทำให้เลเซอร์ชนิดนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด ใช้งานได้ครอบคลุมมากกว่าชนิดอื่น แต่เน้นไปที่วัสดุอโลหะ
เหมาะกับงานแกะสลักและตัดวัสดุจำพวกอโลหะ เช่น แผ่นไม้ หนัง พลาสติก แผ่นอะคริลิค แผ่นยางต่างๆ
2.Diode เลเซอร์
แหล่งกำเนิดแสงมาจากตัว Diode มีขนาดเล็กมาก แต่ก็ให้กำลังที่น้อยกว่า โดยเลเซอต์ชนิดนี้จะให้กำลังเพียง 1-10 วัตต์เท่านั้น โดยที่จะมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง UV ที่ 405-1080 นาโนเมตร มีลักษณะเป็นสีม่วง-น้ำเงิน ดังนั้นเลเซอร์ชนิดนี้จึงเป็นแสงที่ตามเรามองเห็น เมื่อใช้งานจึงต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างแว่นตาด้วย
ด้วยความที่เครื่องเลเซอร์แบบนี้มีขนาดเล็ก ให้กำลังที่ต่ำ ควบคุมกำลังได้ง่ายกว่า จึงเหมาะจะใช้กับงานแกะสลักที่ต้องการความละเอียดมากกว่างานตัดวัสดุ
ซึ่งในปัจจุบันมีการนำมาเครื่องเลเซอร์ชนิดนี้ไปใช้ในวงการแพทย์และคลินิกเสริมความงาม ในการแก้ปัญหาแผลเป็น การจี้ผิว หูด กระต่างๆ บนร่างกาย โดยนำเข้ามาทดแทนเครื่องเลเซอร์ชนิด CO2 แบบดั้งเดิมที่มีขนาดใหญ่และเคลื่อนย้ายไม่สะดวกนั่นเอง
3. Fiber เลเซอร์
เป็นเลเซอร์ที่มีกำลังมากที่สุด แหล่งกำเนิดแสงมาจาก Diode Laser หลายๆ ตัว มารวมแสงกัน ส่งผ่านไปตามเส้นใยไฟเบอร์นำแสง โดยที่แสงของ Diode Laser แต่ละเส้นนั้นจะมารวมกันที่เส้นใยไฟเบอร์เส้นใหญ่นำไปสู่หัวเลเซอร์และปรับโฟกัสให้ไปที่จุดเดียว
เครื่อง Fiber เลเซอร์ ยังสามารถแยกย่อยไปได้อีก 2 แบบคือ Fiber Marking ที่ให้กำลัง 10-50 วัตต์ และ Fiber Metal Cutter ซึ่งจะให้กำลังสูงถึง 1000-5000 วัตต์ เลยทีเดียว
เครื่องเลเซอร์ชนิดนี้จึงเป็นเครื่องที่ให้กำลังสูงที่สุดในปัจจุบัน แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่สูงมากด้วยเช่นกัน เหมาะสำหรับงานแกะสลักโลหะ หรือตัดโลหะหนาๆ ได้ และด้วยเหตุที่เลเซอร์ชนิดนี้ถูกพัฒนามาจาก diode เลเซอร์ ความยาวคลื่นแสงที่ใช้งานจะสามารถมองเห็นได้จากตามนุษย์ ดังนั้นผู้ใช้งานจึงต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างแว่นตาด้วยทุกครั้ง






รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์